ภาพการแข่งขัน | วีดีโอคลิป
สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด, อังกฤษ
ผู้ชมในสนาม 75,453 คน
รายการ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
เวลา 23.15 น. วันเสาร์ที่ 9 กันยายน 2549
ผู้ตัดสิน ไมค์ ไรลี่ย์
ทีมปีศาจแดงยังคงรักษาตำแหน่งจ่าฝูงของพรีเมียร์ ลีก ต่อไปได้จากการเอาชนะท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ไป 1 – 0 โดยได้ประตูชัยจากการโหม่งสบายๆ ของไรอัน กิ๊กส์ ที่เพิ่งจะได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนไปหมาดๆ ในช่วงต้นเกม ชัยชนะ 4 นัดรวดในช่วงเปิดฤดูกาลทำให้นี่เป็นสถิตการออกสตาร์ทที่ยอดเยี่ยมที่สุดของทีมตั้งแต่มีพรีเมียร์ ลีก มาเลยทีเดียว
กิ๊กส์ทำประตูได้เมื่อเกมผ่านไปเพียงแค่ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น และประตูนั้นเพียงประตูเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะรักษาสกอร์ของทีมให้ชนะไปได้ในนัดนี้ เกมนี้สเปอร์ส มีโอกาสมากมายแต่ก็ทิ้งขว้างไปเสียหมด ในขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เริ่มได้โอกาสมาในช่วงท้ายเกมนิดหน่อย แต่ก็ไม่สามารถฝังไก่เดือยทองลงหลุมได้สนิท แต่อย่างไรก็ตาม นี่ก็ยังคงเป็นการยืนยันได้ว่า ชัยชนะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าสกอร์จะเป็นเท่าไรก็ตาม
เริ่มเกมมาแมนฯ ยูไนเต็ด เปิดเกมรุกเข้าใส่ในทันที เพียงแค่ 5 นาทีแรกเท่านั้นโอกาสแรกของเกมก็มาถึง เมื่อโรนัลโด้ ซึ่งต้องเผชิญกับความกดดันอีกครั้งในเกมนี้จากเสียงโห่ของแฟนบอลทีมเยือน ลากบอลขึ้นมาทางกราบขวาแล้วเลี้ยงหนีเอก็อตโต้ เข้ามาทางด้านขวาของกรอบเขตโทษแล้วยิงลูกไซด์โค้งเรียดเข้ามือของพอล โรบินสัน ไปน่าเสียดาย
แสงแดดอันเจิดจ้าราวกับฟอร์มของทีมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ส่งผลให้พอล โรบินสัน ต้องคว้าหมวกขึ้นมาใส่เพื่อกันแสงเข้าตา นาทีที่ 12 หลุยส์ ซาฮาถูกเอดการ์ ดาบิดส์ ทำฟาล์วในระยะประมาณ 35 หลาตรงกลางประตู โรนัลโด้ รับอาสาเตะฟรีคิกเต็มแรง ลูกพุ่งส่ายมาหาประตูทำให้โรบินสัน ทำได้เพียงแค่ปัดออกไปเท่านั้น แต่โชคก็เข้าข้างผีแดง ลูกลอยมาเข้าหัวกิ๊กส์ พอดี ด้วยความเก๋า ทำให้กิ๊กส์ โขกบอลเสยคานเข้าไปได้นิ่มๆ เป็นประตูขึ้นนำให้กับทีม มันช่างเป็นการเริ่มเกมที่ยอดเยี่ยมอะไรเช่นนี้
ผ่านไปครึ่งทางของครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คนชั่วคราว เมื่อไรอัน กิ๊กส์ ฮีโร่ของเราโดนศอกของเอดการ์ ดาบิดส์ เข้าไปอย่างจังทำให้เลือดไหลต้องออกไปห้ามเลือดข้างสนามนานถึง 5 นาทีเต็ม แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมามายระหว่างนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่กำลังเสียเปรียบลงมาแพ็คเกมรับอย่างเหนียวแน่นจนกระทั่งปีกพ่อมดสามารถกลับมาป้วนเปี้ยนที่แดนหลังของสเปอร์ส ได้เหมือนเดิม
เกมนี้เป็นเกมพิเศษของไมเคิล คาร์ริค เมื่อต้องเจอกับทีมเก่าของเขาเอง แน่นอน เขาได้รับเสียงโห่จากแฟนบอลสเปอร์ส หลังจากที่ย้ายมาร่วมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวมหาศาล ได้โชว์ฟอร์มเพลย์เมคเกอร์ของทีมโดยการส่งบอลอย่างมีความคิดสร้างสรรค์สวยๆ มากมาย
แม้ว่ายูไนเต็ด จะเริ่มเกมได้หรูหรากว่า แต่สเปอร์ส ก็มีโอกาสตีเสมออยู่มาก เมื่อกองหลังของทีมเคลียร์บอลไม่ขาดทำให้ดาบิดส์ ได้โอกาสเปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษเข้าเท้าของไมเคิล ดอว์สัน พยายามจะชิพบอลข้ามหัวยีราฟอย่างฟาน เดอร์ ซาร์ แน่นอนว่าโกลระดับนี้ไม่พลาดอยู่แล้วสามารถปัดบอลกลับออกมาได้ ลูกมาเข้าเท้าของเลดลี่ย์ คิง กองหลังอีกคนของทีมไก่ยิงมาไม่ดีเท่าไหร่ติดตัวของน้าซาร์ ได้อย่างเหลือเชื่อ
ครึ่งหลังผ่านมาได้ 7 นาที ฟาน เดอร์ ซาร์ ต้องออกแรงเซฟอีกครั้งเมื่อปาสกาล ชิมบงด้า เลี้ยงบอลมาทางกราบขวา ขณะที่โรนัลโด้ กำลังเข้ามาสกัดออกไป ชิมบงด้า ก็เปิดบอลออกไป ลูกกำลังจะย้อยเสียบใต้คาน แต่น้าซาร์โชว์ความสุดยอดอีกแล้วด้วยการผัดบอลออกหลังไปได้หวุดหวิด
นาทีที่ 57 มาร์ติน โยล ทนไม่ไหวต้องเปลี่ยนตัว 2 คนรวดเพื่อเสริมเกมรุก โดยเอารอบบี้ คีน กับเอดการ์ ดาบิดส์ ออกแล้วส่งเรโต ซีกเลอร์ และเจอร์เมน เดโฟ ลงสนามมาแทน
แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเร่งเครื่องบุกมากเพื่อไม่ให้เสียวถูกตีเสมอ นาทีที่ 65 โรนัลโด้ ได้บอลจากการผ่านมาของซาฮา ทางด้านขวา ซัดเต็มแรงกะให้บอลมันเข้าสวยๆ แต่ทว่าลูกดันเหินข้ามคานไปไม่ได้ลุ้น
การเปลี่ยนตัวของสเปอร์ส เกือบเปลี่ยนเกมได้ เมื่อเดโฟ ใช้ความแข็งแกร่งพาบอลหลีกการสกัดของนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ด หลายคนมาตรงกลาง กำลังจะได้ยิง แต่โดนเพื่อนเก่าอย่างคาร์ริค ตามมาสกัดไว้ได้ทันท่วงที
มิโด้ เกือบจะทำประตูได้บ้างเมื่อเบียดเวส บราวน์ ขึ้นโหม่งได้แต่มันช่างโดนบางเสียเหลือเกินทำให้ลูกโหม่งลูกนี้ไม่คู่ควรที่จะทดสอบฝีมือของฟาน เดอร์ ซาร์ เลยแม้แต่น้อย
ช่วงท้ายเกมซาฮา พลาดโอกาสไป 2-3 ครั้ง ทำให้แฟนบอลหลายคนไม่พอใจเท่าไหร่ ต่อมาสเปอร์ส ได้โอกาสบุกเป็นเฮือกสุดท้ายของเกมแต่ก็ทำอะไรแผงหลังแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ทำให้จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะไปได้ 1 – 0 รั้งจ่าฝูงต่อไป เกมต่อไปปีศาจแดงจะพบกับเซลติก เป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้ในช่วงกลางสัปดาห์แล้วเปิดบ้านต้อนรับทีมท้ายตารางอย่างอาร์เซนอล ที่จะมาเยือนสนามอันยิ่งใหญ่ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ (รีพอร์ตโดย boom)
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 1
แกรี่ เนวิลล์ 2
ริโอ เฟอร์ดินานด์ 5
เวส บราวน์ 6
ปาทริซ เอฟร่า 3 ( น. 92)
จอห์น โอเชีย 22
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 7
ไมเคิล คาร์ริค 16
คีแรน ริชาร์ดสัน 23 ( น. 67)
ไรอัน กิ๊กส์ 11 ( น. 9)
หลุยส์ ซาฮา 9
สำรอง
โทมัสซ์ คุสซ์แซค 29
มิเกล ซิลแวสตร์ 27 น. 92 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 7
ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ 24 น. 79 ไมเคิล คาร์ริค 16
พาร์ค จีซุง 13 น. 70 คีแรน ริชาร์ดสัน 23
โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ 20
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์
พอล โรบินสัน 1
ปาสกาล ชิมบงด้า 2
ไมเคิล ดอว์สัน 20
เล็ดลี่ย์ คิง 26
เบอนอยต์ อัสซู-เอก็อตโต้ 32
เจอร์เมน เจนาส 8
ดิดิเย่ร์ โซโกร่า 4
เอ็ดการ์ ดาบิดส์ 5
ฮอสซัม กาลี่ 14 ( น. 58)
ร็อบบี้ คีน 10
ฮอสซัม มิโด้ 11 ( น. 58)
สำรอง
ราเด็ก เคอร์นี่ 12
เรโต้ ซีกเลอร์ 16 น. 57 เอ็ดการ์ ดาบิดส์ 5
ทอม ฮัดเดิ้ลสโตน 22
แดนนี่ เมอร์ฟี่ 13 น. 81 เล็ดลี่ย์ คิง 26
เจอร์เมน เดโฟ 18 น. 57 ร็อบบี้ คีน 10
สถิติของเกม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประตู 1, ยิงตรงกรอบ 5, ยิงหลุดกรอบ 5, เตะมุม 5, ฟาวล์ 12, ล้ำหน้า 4, ใบเหลือง 2, การครองบอล 56%
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ยิงตรงกรอบ 4, ยิงหลุดกรอบ 5, เตะมุม 4, ฟาวล์ 18, ล้ำหน้า 2, ใบเหลือง 2, การครองบอล 44%
คะแนนความสามารถ
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 7, แกรี่ เนวิลล์ 8, ริโอ เฟอร์ดินานด์ 6, เวส บราวน์ 7, ปาทริซ เอฟร่า 6, จอห์น โอเชีย 6, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 6, ไมเคิล คาร์ริค 7, คีแรน ริชาร์ดสัน 5, ไรอัน กิ๊กส์ 7, หลุยส์ ซาฮา 5, มิเกล ซิลแวสตร์ (สำรอง) 5, ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ (สำรอง) 6, พาร์ค จีซุง (สำรอง)
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ พอล โรบินสัน 6, ปาสกาล ชิมบงด้า 7, ไมเคิล ดอว์สัน 7, เล็ดลี่ย์ คิง 7, เบอนอยต์ อัสซู-เอก็อตโต้ 6, เจอร์เมน เจนาส 8, ดิดิเย่ร์ โซโกร่า 7, เอ็ดการ์ ดาบิดส์ 5, ฮอสซัม กาลี่ 5, ร็อบบี้ คีน 5, ฮอสซัม มิโด้ 5, เรโต้ ซีกเลอร์ (สำรอง) 6, แดนนี่ เมอร์ฟี่ (สำรอง) 5, เจอร์เมน เดโฟ (สำรอง) 6
Por